สวัสดีค่ะ สดค่ะ
 
พอดีช่วงนี้ได้ลองดูหนังโรงหลังจากที่ไม่ได้เข้าดูนานค่ะ
 
แต่พอดีว่าผิดหวัง โคตร ๆ ค่ะ
 
เลยอยากจะรีบเขียน ก่อนที่จะมีคนหลงไปดูมากกว่านี้.......
 
 
เรื่องที่สดไปดูมาก็คือเรื่องนี้ค่ะ
 
 
 
 

Title : Hereafter
Director : Clint Eastwood
Main Actor : Matt Damon
Genre : Drama/Mystery
 
 
 
Story
 
 
 
 
 
จอร์จ (Matt Damon) ชายธรรมดาผู้มีความสามารถในการเห็นและติดต่อกับคนตายที่ใกล้ชิดกับคนที่เขาสัมผัสมือด้วย มันเป็นความสามารถที่ทำเงินให้เขามาก แต่เขาไม่ต้องการจะทำแบบนี้อีกแล้ว เพราะมันทำให้ชีวิตเขาเป็นเหมือนคำสาปที่อยู่ใกล้เคียงกับคนตายตลอดเวลา
 
ตัวอย่างหนังตัดต่อมาดีมาก พยายามสื่อซะยิ่งใหญ่เลยว่า ทุกคนพยายามตามหาชายคนนี้ เพื่อให้เขาพาไปหาหรือติดต่อวิญญาณคนที่พวกเขารัก ทั้งที่ชายคนนั้นไม่ต้องการ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งพบเจอ และผู้คนที่เขาเคยรับติดต่อเหล่านั้นพบความหายนะซ้ำเติมยิ่งขึ้น
 
แต่เอาเข้าจริง กลับไม่เหมือนในเทรลเลอร์ที่ตัดมาให้รู้สึกแบบนั้นเท่าใดนัก มันกลายเป็นการรวมเรื่องสั้น ที่รูปแบบการรวมเรื่องอยู่ในระดับหละหลวมมากยิ่งกว่าพวกหนังโรแมนติกอย่าง Love Actually หรือ Valentine Day อีก
 
 
 
 
 
 
 
 
หมายเหตุ ส่วนนี้สปอยเนื้อเรื่องทั้งเรื่องทั้งหมดเหมือนคุณไปดูเองกว่า 80 % ต่อให้คุณไม่อยากอ่าน แต่เราก็อยากจะให้คุณความเหียกของฝีมือ Clint Eastwood และการแสดงอันน่าเบื่อของ Matt Damon อยู่ดี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หนังเริ่มเรื่องจากการที่ มารี นักข่าวสาวชาวฝรั่งเศสได้ผ่านประสบการณ์ "ตาย" จากสึนามิ ในรูปแบบมโนภาพแปลกประหลาด และเมื่อรอดกลับมาที่ฝรั่งเศส เธอกลับได้แต่คิดถึงมโนภาพนั้น และพยายามค้นหามันอย่างจริงจังและเขียนหนังสือมัน จนไม่เป็นอันทำงาน ทั้งงานพิธีกรเจาะลึก และนักเขียนบทความการเมือง  เธอถูกปลดออก สูญเสียทั้งชื่อเสียง ตำแหน่งงาน และความรักต่อผู้จัดการ
 
 
 
มารี : ไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อมั้ย วินาทีที่ชั้นตายชั้นเห็นชายใส่ กกน.เปิดตูด เรียกสติชั้นคืนมา
ชั้นอยากตามหาจริง ๆ ว่าเขาเป็นใคร
ผจก. : งั้นเราเลิกกันเถอะ เพราะผมไม่อยากพบมัน = ="
 
 
แต่อยู่ดี ๆ ก็โชคดีที่ บก.สำนักพิมพ์การเมืองหาลู่ทางช่วยให้เธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับมโนภาพหลังความตาย "Hereafter" ได้สำเร็จและได้ไปเปิดตัวหนังสือที่งานหนังสือที่อังกฤษ
 
 
 
 
 
ที่อเมริกา ตัดมาที่จอร์จ ผู้มีความสามารถในการติดต่อกับคนตายโดยการสัมผัสมือ ซึ่งวิธีการในการติดต่อนั้น เห็นภาพคล้ายประสบการณ์ตายของมารีในตอนนั้นเช่นกัน เขาเลิกทำอาชีพนี้หาเงินไปแล้ว แต่ก็ยังมักจะถูกพี่ชายเขาใช้เป็นเครื่องมือในการจูงใจลูกค้าของเขาคิดเป็นเงินเป็นทองอยู่บ่อย ๆ ทั้งที่เขาไม่อยากทำเพราะมันเป็นความ"ไม่ปกติมนุษย์"ของเขา และเป็นการทำร้ายจิตใจคนที่และเข้าใกล้คนตายมากเกินไป
 
 
 
ป้าดำ : ได้โปรดดดดด ชั้นอยากคุยกับลูกสาวชั้น ชั้นไม่เหลืออะไรแล้ว TwT
Matt : โทษที ไว้ป้าน่ารักแบบคนด้านขวาก่อน @w@ ค่อยมาใหม่นะ
 
 
เพื่อนสาวที่เรียนคลาสทำอาหารด้วยกันที่แอบชอบก็ไม่ยอมพบเขาอีกตั้งแต่เขาติดต่อพ่อเธอที่เพิ่งตายให้ ซ้ำร้ายพี่ชายก็เห็นการถูกปลดออกจากงานโรงงานของเขาเป็นเรื่องดีที่จะเอาน้องชายมาทำเงินอีกครั้ง เขาจึงต้องหนีออกจากบ้านมุ่งหน้าไปอังกฤษเพื่อเที่ยวในฐานะแฟนงานเขียนของนักเขียนอังกฤษคนหนึ่ง
 
 
 
 
 
ที่อังกฤษ เจสซี่กับมาร์กัส สองพี่น้องฝาแฝด กำลังจะถูกสังคมสงเคราะห์จับแยกกับแม่ของพวกเขา เนื่องจากเธอติดเหล้าติดยาจนเข้าข่ายผู้ไร้ความสามารถในการเลี้ยงดู แต่เธอก็พยายามที่จะเลิกยาเพื่อให้ยังได้อยู่กับลูกต่อไป โชคร้ายชะตาเล่นตลกเมื่อเจสซี่ที่ถูกใช้ให้ออกไปซื้อยาบำบัดติดยาของแม่ ถูกอันธพาลข้างถนนวิ่งไล่จนถูกรถชนเสียชีวิต และมีอันทำให้มาร์กัส ผู้ที่มีนิสัยขรึมและติดแฝดพี่มาก ต้องแยกกับแม่ และระหว่างที่อยู่บ้านพ่อแม่บุญธรรมใหม่ เขาพยายามหาทางติดต่อพี่ชายที่ตายไปผ่านทางผู้มีชื่อเสียงที่อ้างว่า สื่อสารกับคนตายได้หลาย ๆ คน แต่ก็พบแต่คนเพ้อเจ้อมาตลอดจน search กูเกิ้ลพบจอร์จ
 
สุดท้ายทั้ง 3 คน (จอร์จ มารี มาร์กัส) พบกันได้โดยบังเอิญ มาร์กัสพบจอร์จในงานหนังสือ และพยายามตามตื้อขอ "ติดต่อ" กับเจสซี่โดยผ่านทางจอร์จได้สำเร็จ มาร์กัสดูออกว่าจอร์จชอบหนังสือ "Hereafter" และอยากจีบสาวฝรั่งเศสที่เขียนหนังสือ(มารี)คนนั้น จึงช่วยจอร์จหาที่พักของเธอและส่งจดหมายแนะนำให้ สุดท้ายจอร์จก็ได้เดทกับมารีในการพบหน้าครั้งแรกในที่สุด(เป็นการจบได้งี่เง่าแบบฮอลลิวูดจริงๆให้ตายสิ)
 
 
 
 
SoD's Overall Comment
 
สรุปคือสาระที่คาดหวังจากหนังเรื่องนี้ ดูทั้งเรื่องก็แทบไม่มี
 
ดูมาสองชั่วโมงกว่า ๆ  แต่ดูเหมือนหนังจะนำเสนอให้จับไม่ได้เอาเสียเลยว่า ปัญหาของเรื่องที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ ระหว่างการหาคำตอบว่า "โลกหลังความตายคืออะไร" กับ "ทางเลือกในการแก้ความทุกข์จากการสูญเสียคนที่รัก" หรือ "จะหาความสุขในชีวิตได้อย่างไร ในเมื่อต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับความทุกข์จากการสูญเสียของผู้อื่น" และไคลแมกซ์ของเรื่องที่จะคลี่คลายปมให้ไปสู่จุดจบของเรื่องคืออะไร
 
โดยเฉพาะ ประเด็นปัญหาชีวิตของพระเอก ที่เป็นตัวชูโรงสำคัญของตัวหนังเรื่องนี้ในตอนที่ดูตัวอย่างหนัง
 
หนังไม่สามารถแสดงออกได้ว่า ที่พระเอกคิดว่า การใช้พลังจิตของตน เป็นคำสาปที่ทำให้ชีวิตเขาแย่แค่ไหนอย่างไร เหมือนเขาทึกทักเอาเองว่า เขาแตกต่างจากคนอื่น เลยไม่มีความสุขแค่นั้น ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงความรู้สึกคนอื่นหลังจากเขาติดต่อคนตายให้เท่าไหร่
 
ทั้งที่หนังควรจะบอกเล่าให้สั้นหรือง่ายกว่านี้ แต่กลับหมดเวลาไร้สาระกับการเรียนทำอาหารของพระเอก ปิ๊งรักกับสาวโต๊ะข้าง ๆ จนทนลูกตื้อที่เธออยากดูหมอกับเขาไม่ได้ แต่สุดท้ายพอเขาติดต่อพ่อเธอให้แล้ว และสาวคนนั้นก็โดนตัดหายไปจากชีวิตเลยตั้งแต่นั้น

 
 
(จีบกันตั้งนานที่คลาส สุดท้ายพระเอกรับประทานแห้วเพราะดันเห็นเรื่องแทงใจดำเธอ)
 
 
นอกจากนี้ ยังหมดไปกับการประชุมเขียนบทความการเมืองของมารี และชีวิตในครอบครัวบุญธรรมของมาร์กัสมากโดยไม่จำเป็นด้วย ซึ่งหากตัดตรงนี้ได้ หนังจะยืดเยื้อน้อยลงและได้ใจความเท่าเดิม(ที่ไม่รู้จะสื่ออะไรให้ตรงประเด็นของหนังจริงจัง)
 
นางเอกที่เป็นนักข่าวสาวมารี  ทั้งที่เป็นตัวละครสำคัญ แต่กลับเป็นคนๆเดียวในหนัง ที่ไม่เคยรู้จักกับพระเอกมาก่อน และไม่ได้อยากรู้จักหรืออยากพบกับพระเอกเลยซักนิด ตั้งแต่ต้นเรื่องจนท้ายเรื่อง แล้วอยู่ดี ๆ จบกันที่มาเดทกันเอาดื้อ ๆ เนี่ยนะ.....
 
พูดง่าย ๆ บางทีหากหนังต้องการจะสื่อถึงความทุกข์ของการติดต่อโลกหลังความตายของพระเอก นางเอกคนนี้ถือว่าเป็นตัวละครที่ไม่จำเป็นต้องมีเลยจริง ๆ ก็ได้ (แต่หนังวางตัวให้เหมือนเป็นตัวหลักสุดๆ)
 
 
 
มาร์กัส : พี่ฮะ ดูให้ผมหน่อย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ /วิ่งตาม ^w^
Matt : (มองซักครู่นึง) อย่ามาตื้ออีกจะได้มั้ย ! บอกกี่ทีแล้วว่าเคะไม่พอ!!!!
 
 
สรุปแล้ว ไม่มีการบอกว่า ปมปัญหาจิตใจพระเอกถูกแก้ไขได้เพราะอะไร เพราะติดต่อเจสซี่ให้มาร์กัส? หรือว่าเพราะอยู่ดี ๆ ไปมองแล้วแว้บปิ๊งรักกับมารีที่งานหนังสือแค่นั้น? แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตามก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับความทุกข์ที่เขาเผชิญจากการ ติดต่อคนตายเคสที่ผ่านมาเลยซักนิด แบบว่า คิดจะจบแบบมีความสุขก็จบแบบดื้อ ๆ เหมือนการ์ตูนรายสัปดาห์โดนตัดจบงั้นแหละ
 
บิลลี่ก็คงจะต้องพูดว่า "That's nonsense"
 
 
 
 
ตกลงมันจะสื่ออะไรกันแน่ ที่จริงมันไม่ใช่หนังประเภทต้องตีความให้เข้าใจยากแบบ "อภิชาติพงศ์" นะ = =
 
 
 
...................
 
...............
 
...........
 
.......
 
 
 
 
 
ข้อดีที่ยังเหลืออยู่
 
  • จิกกัดพวกหมอดูวิญญาณที่ทำเป็นมีหลักการต่าง ๆ ที่ตอแหลทั้งเพ อยู่ในระดับใช้ได้ แต่ก็ไม่กี่ซีนเท่านั้น
  • ฉากที่น่าขนลุกสำคัญ ๆ ได้แก่ ตอนที่นักข่าวสาวโดนน้ำกับสิ่งของพัดกระแทกจนจมน้ำตาย คิดว่าคงเป็นซีนเดียวที่ลงทุนเยอะที่สุดในหนังเรื่องนี้แล้ว
  • และอีกฉากคือ ตอนที่ไอ้หนูมาร์กัสขึ้นรถใต้ดินไม่ทันเพราะตามหาหมวกของเจสซี่ที่ตายแล้วหล่นหายไป แต่อีกไม่กี่ 10 วิต่อไป รถใต้ดินที่เขาขึ้นไม่ทันคันนั้นเกิดระเบิดเป็นเสี่ยง
  • แสดงชีวิตประจำวันอันแสนเศร้าของครอบครัวที่ต้องเผชิญวิบากกรรมที่ทำให้ต้องแตกแยกจากความตายและกฎหมายสงเคราะห์ดี
 
 
หวังว่าคงได้อรรถรสในการอ่านแทนการเสียเงินไปดูบ้างนะคะ
 
ขอบคุณมากค่ะที่อ่านจนจบ ^^
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

แต่ผมชอบนะยังร้องไห้ไปหลายฉากเลยกินใจมากเสียใจด้วยกับคนที่ดูไม่อินและคนที่ไม่ได้ดู

#25 By ชอบหนังเรื่องนี้มาก (103.7.57.18|171.99.20.65) on 2013-07-05 10:03

เยี่ยมไปเลยนะครับ
อย่ามาตื้ออีกจะได้มั้ย ! บอกกี่ทีแล้วว่าเคะไม่พอ!!!!

question question question

เรื่องนี้ไม่เคยอยู่ในสายตาค่ะ ฮาาาา

ปกติติดตามแต่หนังผีdouble wink
หนังตลกtongue
กับหนังรักซะมากกว่าsurprised smile
เห็นรูปคิดว่าออกแนวแวมไพรทไวไลท์ซะอีก ๕๕

ขอบคุณนะคะที่เอามาบอกก่อน จะได้ห้ามแม่ไม่ให้ซื้อ กั่กๆๆ

#23 By KumashoutO27 on 2011-01-19 18:35

ว่าจะไปดูอยู่เชียวครับแต่ไม่ว่างไปดู...อ่านแล้วความอยากดูลดฮวบเลย
ว่าแต่บิลลี่มาไง.. confused smile

#22 By Copic on 2011-01-19 01:16

หนังน่าดูจังค่ะ


ปล.สโตรก?

#21 By Hyuga Neji on 2011-01-18 10:45

surprised smile ดีน่ะ ไม่ชอบดูหนังแนวนี้

ไม่งั้นเซงตายเลยangry smile

#20 By OpelwaR ベリーズ工房 on 2011-01-17 16:21

ว่าจะไปดูอยู่พอดีเลยกั๊บ

#19 By PUMP201 on 2011-01-17 12:56

ขอบคุณมากค่ะะ >w<
แต่ว่าไอ่ที่เขียนประกวดอ่ะ
ตกรอบไปแล้วล่ะค่ะ ๕๕
นอกแนวไปหน่อยเลยมะได้ดู~
(แต่ก็ดีแระ 555)question

#17 By Joker on 2011-01-17 01:50

open-mounthed smile แวะมาดู...

แล้วพบว่าเหมือนจะดี...แบบงงงง

#16 By TEXTER on 2011-01-17 01:04

-*- งี้ที่เข้าใจว่าน่าจะเป็นหนังแอคชั่นก็เป็นอะไรที่ตรงกันข้ามเลยนี่หว่า

เซ็งแทน..

#15 By .:: Milo Studio ::. on 2011-01-16 23:40

อานิคิมาแจมเฉยเลยsad smile

#14 By AL_PA_POW on 2011-01-16 22:00

เห็นตัวอย่างหนังมานานเเล้ว เเต่ไม่ได้สนใจหนังเเบบนี้เลยsad smile

#13 By ►JuNo★iji◄ on 2011-01-16 21:58

กร๊ากก

อยากจะบอกว่า เห็นหน้าแมทท์ เดมอนก็พอจะเดาได้แล้วละค่ะ ว่าหนังเรื่องนี้ "ต้องไม่สนุกแน่ๆเลย"

ต้องขอขอบคุณน้องสดที่มาช่วยการันตี

#12 By natcha on 2011-01-16 21:18

ผมเลื่อนลงไปถึงภาพสุดท้าย...

ฮาเลยครับ!!

#11 By I Love Kyubey on 2011-01-16 20:48

มาสะดุดพี่ใหญ่ภาพสุดท้าย
ท่าทางจะเฟลสุดๆเลยนะเนี่ยwink

#9 By tokimemo on 2011-01-16 19:44

open-mounthed smile เข้ามาดู

ฮารายสัปดาห์ตัดจบ surprised smile
ไม่ตั้งใจดูอยู่แล้วเลยอ่านจนจบเลย วิจารณ์มันหยดครบประเด็นเลยจริงๆ ครับ question

#7 By Perfect rainbow on 2011-01-16 18:45

รูปสุดท้ายนั่นมันอาร๊ายยยยยยยยย
ความจริงถ้าโหลดมาดูได้ก็อยากดูนะเนี่ย

#6 By ยัยฟ้าใฉ~* on 2011-01-16 18:16

question โอ้ เยี่ยมๆ,,ไม่ค่อยได้เข้าโรงหนังซักที -v-"
แต่เรื่องนี้น่าดูจังง

#5 By ✖ KasawaAi's ✖ on 2011-01-16 18:15

โอ้ว...หนังที่ต้องคิดลึกซึ้งนี่เข้าใจยากเนอะsad smile
แต่ชอบซับนรกจริงๆฮร้า...กร๊ากกกกquestion
(ชอบซับเห็ยชายใส่กกน.เปิดตูด5555555)

#4 By yo on 2011-01-16 17:25

=w= หนังแบบนี้คนทำไม่เก่งจริง ก็ไม่น่าูสินะคะ
หน้าปกน่าดูมากกกก

บอกกี่ทีแล้วว่าเคะไม่พอ << ตลก อ่ะ +++555+++

#3 By Konaku u u ~♪ on 2011-01-16 17:05

อุ ไม่ค่อยดูแนวนี้ล่ะค่ะ cry
โฮ่ หน้าปกหนังน่าดูมากๆเลย ถ้าไม่รู้ก่อน อาจเผลอเช่ามาดูได้ =[]=

ฮา ป้าดำ >w<

#1 By A r c h i r a on 2011-01-16 16:07